วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

สุดช็อก! เด็กชายถีบเพื่อน2คนตกน้ำตาย อ้างแค่หยอกเล่น

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงการณ์ กรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้ความเป็นธรรม หลังจากกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก ร้องขอความเป็นธรรมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกันนี้ ตำรวจทั้ง 3 นายถูกให้ออกจากราชการแล้ว ส่วนความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจทั้ง 3 นาย ดำเนินการฟ้องกลับ กลุ่มนักศึกษา ข้อหาขับรถชนแล้วหนี

ที่มา เนชั่น

ปล่อยแล้ว ! 3 ตำรวจรุมทำร้ายนักศึกษา หากผู้เสียหายถูกคุกคาม จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปคุ้มครอง

ความคืบหน้าล่าสุด (25 มี.ค. 59) พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และรักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เผยว่า หลังจากทางผู้บัญชการตำรวจภูธรภาค 6 ได้สั่งปลด 3 นายตำรวจที่มีพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ก็ได้ดำเนินคดีใน 6 ข้อ คือ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น , ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียเสรีภาพโดยมีอาวุธปืน , กักขังหน่วงเหนี่ยว , ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจและได้รับอันตรายสาหัส , พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้าน หรือสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำนวนเร่งด่วนและไม่ได้รับอนุญาต , ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

ส่วนกรณีข้อสงสัยการเปลี่ยนอาวุธปืน และการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถของอดีตตำรวจทั้ง 3 นาย ในวันก่อเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนอย่างชัดเจนทุกอย่าง เพื่อให้ความเป็นธรรม และตอบข้อสงสัยของสังคม ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กำชับมาโดยตลอดให้ทำคดีนี้โปร่งใส และรายงานให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ทราบทุก ๆ 15 วัน

ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะมีการไล่กล้องวงจรปิดตั้งแต่ที่เกิดเหตุ มีการยิงครั้งแรกที่บริเวณถนนธรรมบูชา ใต้สะพานสูง ไปจนถึงจุดบริเวณซ้อมนักศึกษา เพื่อให้คดีครอบคลุมให้มากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถรวบหลักฐานเพิ่มเติมได้ภายใน 2-3 วัน ส่วนอดีตตำรวจ ทั้ง 3 ราย ได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้วได้ปล่อยตัวออกไปตามกฎหมายใหม่ เพื่อไปสู้คดีในชั้นศาล ในกรณีที่ผู้เสียจะหวั่นวิตกว่าจะมีการข่มขู่นั้น คงสบายใจได้ เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว สถานภาพเป็นเพียงบุคคลธรรมดาเช่นกัน หากมีการคุกคามจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปคุ้มครองผู้เสียหาย หรือ พยาน อีกครั้ง

โดนแล้ว! สั่งฟัน 3 ตำรวจรุมทำร้ายนักศึกษา ให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้ง 5 ข้อหาหนัก

จากกรณีที่กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก กว่า 50 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 กรณีถูกบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทำร้ายร่างกายเพื่อนนักศึกษา จำนวน 5 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส สำหรับตำรวจ 3 นาย ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งให้ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 6

ล่าสุด พล.ต.ท. ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 6 ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน และนักศึกษาทั้ง 5 คน โดยมีอาจารย์ของนักศึกษาร่วมประชุมสังเกตการณ์ด้วย จากการตรวจสอบทั้งการสอบปากคำพยาน ตรวจสอบรถยนต์ ตรวจสอบร่องรอยกระสุนที่รถยนต์ของนักศึกษา รวมถึงการชี้ตัวของนักศึกษาที่ชี้ตัวตำรวจทั้ง 3 นายอย่างถูกต้อง ประกอบกับคลิปวิดีโอที่พยานบันทึกไว้ ตนได้ออกคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 3 นาย ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากทำให้ภาพพจน์ของตำรวจเสื่อมเสีย พร้อมให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการตั้งข้อหากับตำรวจทั้ง 3 นาย

นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ นักศึกษาเจ้าของรถยนต์ที่ถูกตำรวจไล่ยิงและถูกทำร้ายด้วยการใช้อาวุธปืนทุบศีรษะ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับคำสั่งของ ผบช.ภ.6 ที่ให้ตำรวจทั้ง 3 นายออกจากราชการไว้ก่อน และจะช่วยดูเรื่องความปลอดภัยของพวกตน ส่วนเรื่องคดีก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย

หลังจาก ผบช.ภ.6 มาประชุมกับทางพนักงานสอบสวนและนักศึกษา จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจทั้ง 3 นาย คือ ส.ต.อ. สุบิณ นุชขำ, ร.ต.ท. ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ ร.ต.อ. วุฒิภัทร บัวอุไร รวมทั้งหมด 5 ข้อหา คือ

1. พยายามฆ่า
2. กักขังหน่วงเหนี่ยว
3. บังคับข่มขืนใจ
4. ทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
5. พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

โดนแล้ว! สั่งเด้ง 3 ตำรวจ ขับรถไล่ยิง ทำร้ายร่างกาย จนบาดเจ็บสาหัส

จากกรณีที่กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก กว่า 50 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 กรณีถูกบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทำร้ายร่างกายเพื่อนนักศึกษา จำนวน 5 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้(24 มี.ค.) เวลา 09.30 น. มีรายงานว่า พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมชุดสืบสวน ได้เดินไปพบกับ ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย หลังจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 3 นาย ได้ทำร้ายร่างกายนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 จำนวน 5 ราย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งการดำเนินคดีทางด้านการจราจร เนื่องจากวันที่เกิดเหตุ น้องนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ได้มีการเฉี่ยวชนรถของตำรวจชุดสืบที่ลงมือก่อเหตุก่อน ขณะทางด้านอาญานั้นก็จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เบื้องต้น ตนเองได้สั่งย้ายตำรวจ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก ไปประจำตำรวจภูธรภาค 6 ก่อนเพื่อความสบายใจของน้องนักศึกษา พร้อมทั้งตั้งชุดสอบวินัย และดำเนินคดีอาญา โดย พ.ต.อ.พิเศรษฐพงศ์ ธนาบูรณศักดิ์ รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน และจะมีคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน เป็นพยาน

ขณะนี้การดำเนินคดีมีอยู่ 2 ส่วน คดีแรกเป็นคดีจราจร ส.ต.อ.สุบิน นุชขำ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.พิษณุโลก แจ้งความคดีจราจรเลขที่ 30/2559 รถของนักศึกษาเฉี่ยวชนรถของตำรวจ แล้วหลบหนี ซึ่งยังไม่ได้สอบปากคำพยาน เนื่องจากนักศึกษาได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย และคดีอาญาที่ 474/2559 นักศึกษา 5 คน แจ้งความถูกฝ่ายตำรวจชุดสืบสวนทำร้ายร่างกาย ในชั้นต้นยังไม่ได้สอบสวน อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนผู้เสียหายในวันนี้

ส่วนผลการสอบสวนจะเป็นอย่างไร อยู่ที่การสอบสวนและพยานหลักฐาน ขอยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับคดี กรณีที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงขู่ ยิงใส่รถ และทำร้ายร่างกาย รอผลการสอบสวนก่อนจึงจะตั้งข้อกล่าวหา และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยตำรวจทั้ง 3 นายควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้ ตนมารับตำแหน่งได้ 5 เดือน ได้ออกไปเยี่ยมตำรวจทุกสถานี เน้นย้ำให้ทุกสถานี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์ สุจริต อยู่ในระเบียบวินัย ตำรวจใน จ.พิษณุโลกมี 2,000 กว่านาย ทุกคน คงไม่สามารถเป็นคนดีได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของตำรวจ ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องขอโทษด้วย

ด้าน ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวว่า วันนี้ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลกได้มาพบและนำเสนอถึงความคืบหน้าของคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และขอความร่วมมือนศ.ในการออกมาร่วมแสดงพลังให้กำลังใจเพื่อนนักศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย และตนก็ได้ชี้แจงให้นักศึกษาได้เข้าใจแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 6 จะได้ดำเนินการตรวจสอบรถของนักศึกษาที่ถูกตำรวจยิงใส่ ก่อนที่จะลงมือทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมกันนี้เวลา 11.00 น.วันนี้ ที่สภ.เมืองพิษณุโลก นักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว

ที่มา Nation TV

กลุ่มนักศึกษา ม.ดัง พิษณุโลก ร้องเรียน หลังถูกชายอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ขับรถไล่ยิง ทำร้ายร่างกาย จนบาดเจ็บสาหัส

วานนี้(23 มี.ค.) กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก กว่า 50 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 กรณีถูกบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทำร้ายร่างกายเพื่อนนักศึกษา จำนวน 5 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจ โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ติดราชการจึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.อก.ภ.6 เป็นผู้รับเรื่องราวร้องทุกข์ดังกล่าวไว้

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 24.00 น. รถยนต์ของนักศึกษาประกอบด้วย นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ คนขับรถ ฮอนด้าบีโอ สีขาว นายศิริวัฒน์ คุ้มทัศ นั่งข้างคนขับรถ และนายธนพล คงอิว น.ส.กมลชนก กล่ำเทพ นายธราเทพ แสงพิรุณ นั่งเบาะหลัง (นศ.ชายทั้ง 4 เรียนอยู่ชั้นปี 3 สาขารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนนศ.หญิงเรียนอยู่ชั้นปี 3 สาขาคหกรรม ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม)

โดยทั้ง 5 คนเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองไปซื้อดอกไม้ เพื่อจัดงานสัมมนาวิชาการ  เมื่อถึงบริเวณสามแยกข้างสะพานสูงฝั่งท็อปแลนด์พลาซ่า ได้มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ขับเข้ามาปาดหน้าจากทางด้านซ้ายโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว และนักศึกษาได้บีบแตรรถใส่รถคันดังกล่าว ก่อนจะขับรถยนต์ลอดใต้สะพานสูงข้ามทางรถไฟ แล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อมุ่งหน้าเข้าตลาด

ระหว่างการเลี้ยวซ้ายนั้นรถคันดังกล่าวได้พุ่งชนจากทางด้านหลัง นายชัยธวัชกำลังจะหยุดรถ เพื่อลงไปดูรถของตน แต่ขณะนั้นได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น 4 ครั้ง และนักศึกษาที่ร่วมนั่งมาในรถด้วยนั้น เห็นว่าคนในรถคันดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิง ด้วยความตกใจ เลยบอกให้นายชัยธวัชขับรถหนี ระหว่างหนีถูกไล่ยิงใส่ตลอดทาง จนมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้ด้านหลังร้านอาคารตั้งหลัก รถของนักศึกษาไม่สามารถที่จะขับไปต่อได้ ด้วยเหตุที่ถูกยิงเข้าที่ยางด้านหลังขวาแบน

จากนั้น ชายไม่ทราบชื่อเข้ามาพยายามจะเปิดประตูรถของนักศึกษา แต่ไม่สามารถเปิดได้ กระทั่งชายดังกล่าวใช้อาวุธปืนจ่อขู่ให้เปิดประตูแล้วใช้คำพูดขู่อีกว่า “ถ้าไม่เปิดประตูจะยิง” นักศึกษาจึงยอมเปิดประตู กลุ่มชายดังกล่าวได้ไล่นักศึกษาทั้งหมดรวม 5 คน ลงจากรถโดยใช้อาวุธปืนขู่ให้หมอบลงกับพื้น แล้วลงมือทำร้ายร่างกาย โดยกระทืบที่ศีรษะ ต้นคอ และลำตัวนายชัยธวัชหลายครั้ง และใช้อาวุธปืนฟาดเข้าที่ศีรษะจนศีรษะแตก และใช้เชือกมัดมือก่อนใส่กุญแจมือด้วย พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพหยาบคาย

ต่อมา ชายดังกล่าวได้ลงมือกระทำกับนายศิริวัฒน์ เตะเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้ง อย่างรุนแรงจนบาดเจ็บสาหัส และทำร้ายนักศึกษาอีกคนคือนายธนพล คงอิว โดยกระทืบที่บริเวณท้ายทอยอย่างรุนแรงหลายครั้ง และมีชายคนที่ 2 เข้ามาใช้กำปั้นมือทุบกกหูอย่างรุนแรง 1 ครั้ง ซึ่งชายทั้ง 2 คนได้ด่าทอดด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพหยาบคาย และใช้อาวุธปืนข่มขู่ทุกระยะ ชายที่ทำร้ายร่างกายนายชัยธวัช จะเข้ามาทำร้ายร่างกาย น.ส.กมลชนก อีก แต่นายธราเทพได้เข้ามาบังไว้ จึงถูกชายคนดังกล่าวใช้มือหยิบรองเท้าขึ้นมาฟาดลำคอและเตะที่บริเวณข้างลำตัว

หลังจากเหตุการณ์ยุติได้มีร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ในเครื่องแบบมาตรวจค้นรถของนักศึกษาแต่ไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย ร้อยเวรจึงเชิญนักศึกษาทั้งหมดไปขึ้นรถ และนำไปส่งที่โรงพยาบาลอินเตอร์เวชการ  นายชัยธวัช คนขับและเจ้าของรถ จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559 นศ.อีก 4 คน จึงเดินทางเข้าแจ้งความต่อ พร้อมกับปรึกษาผู้ปกครอง และรวมตัวกันเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 วานนี้(23 มี.ค.59) โดยมีเพื่อน ๆ นักศึกษามาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.อก.ภ.6 เป็นผู้รับเรื่องราวร้องทุกข์ดังกล่าวไว้แล้ว พร้อมเผยว่า จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน พร้อมกับจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ไม่มีความคิดเห็น :

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น