loading...
หึงโหดวางยานอนหลับตัดจู๋ผัวหนุ่มมีกิ๊กสาวโรงงาน

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หึงโหดวางยานอนหลับตัดจู๋ผัวหนุ่มมีกิ๊กสาวโรงงาน

เมียหึงโหดวางยานอนหลับตัดจู๋ผัวหนุ่มรับเหมา หลังแอบไปมีกิ๊กติดสาวโรงงาน ด้านผัวทำใจไม่ได้คิดฆ่าตัวตายญาติห้ามไว้ พร้อมแจ้งความเอาผิดกับเมีย ประกาศขอหย่าแน่หลังคดีจบ ลั่นแบบนี้คงใช้ชีวิตร่วมกันไม่ได้
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 มิถุนายน  นายจิรวิทย์ เกตุเมฆ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 / 1133 ซ.ทานสัมฤทธิ์ 21 หมู่ 6 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางมายังโรงพัก สภ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.ท.สุชาติ จันทะสิงห์ พนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำในคดีที่นายจิรวิทย์ ผู้เสียหายถูกนางสุภาวดี ทุ่มก็ก อายุ 34 ปี ภรรยา วางยานอนหลับใส่ในกับแกล้มให้นายจิรวิทย์ กับลูกน้องกิน ก่อนที่กลางดึกนายจิรวิทย์ จะถูกภรรยาใช้อาวุธมีดคมกริบ ตัดอวัยวะขาดแล้วหิ้วหลบหนีไป

 นายจิรวิทย์ ให้การว่า ตนเองมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างงานทั่วไป ซึ่งได้จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับนางสุภาวดีมาได้ประมาณ 10 ปี โดยนางสุภาวดี มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง  ต่อมาได้ช่วง 2 ปีหลัง ตนเองกับนางสุภาวดีมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ในเรื่องที่นางสุภาวดีหึงหวงว่าตนเองจะไปติดพันผู้หญิงใหม่ที่ย่านคลอง 7 ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ก่อสร้างที่ตนเองเพิ่งไปได้งานรับเหมาก่อสร้างเอาไว้ ทำให้นางสุภาวดีมักจะชอบพูดจาข่มขู่ตนเองและญาติ ๆ รวมทั้งเพื่อนบ้าน ให้ฟังว่า หากจับได้ว่าสามีไปติดพันผู้หญิงคนใหม่ จะใช้มีดที่เตรียมไว้ตัดอวัยวะให้สูญพันธ์ พร้อมกับนำข่าวที่เกี่ยวเรื่องภรรยาตัดจู๋สามี ที่เป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์มาตัดเก็บไว้เป็นจำนวนมากมาให้ดูด้วย
 หลังจากที่ถูกนางสุภาวดีพูดข่มขู่ไว้ ทำให้ตนเองระมัดระวังตัวเสมอ และค้นพบทั้งมีดปลายแหลม มีดคัตเตอร์ซุกซ่อนอยู่ในห้องนอนเป็นประจำ จนต้องนำไปทิ้งบ้างหรือนำไปฝนกับพื้นให้ถู่ เพื่อป้องกันระวังตัวจากนางสุภาวดี จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนเองกับลูกน้องประมาณ 4 – 5 ได้ตั้งวงกินเหล้ากันที่แคมป์คนงานใกล้ ๆ กับที่บ้านพัก ซึ่งระหว่างที่นั่งกินเหล้ากันอยู่นั้น นางสุภาวดีได้ทอดไข่เจียวเป็นกับแกล้มออกมาให้ที่วงเหล้า ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้นางสุภาวดีไม่เคยเอาอกเอาใจเช่นนี้มาก่อน แต่ตนเองกับลูกน้องก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็นั่งกินเหล้ากับกับแกล้มต่อไปจนหมดและแยกย้ายกับลูกน้องกลับมานอนที่บ้านพัก
 โดยระหว่างที่เดินกลับมาน้องที่บ้านพัก ซึ่งตนเองยังสวมกางเกงขายาวอยู่นั้น ก็รู้สึกง่วงนอนเป็นอย่างมาก จึงนอนหลับไปในชุดทำงานโดยไม่ได้อาบน้ำ จนกระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง จู่ ๆ ตนก็ต้องตกใจตื่น เมื่อนางสุภาวดีก้มหน้ามากระซิบที่ข้างหูตนเองว่า ได้ตัดอวัยวะเพศตนเองทิ้งไปแล้วนะ แต่ตนคิดว่านางสุภาวดีน่าจะพูดขู่เสียกว่าทำจริง เพราะคิดว่า คนทำไม่ขู่ คนขู่ไม่ทำ จึงผลักอกนางสุภาวดีออกไป แล้วพลิกตัวนอนต่อไปได้อีกซักพักหนึ่ง ก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา จึงได้ลุกจากที่นอนเพื่อจะไปห้องน้ำ ปรากฏว่าต้องตกใจสุดขีด เพื่อเห็นว่ากางเกงที่ใส่อยู่ถูกเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น และมีเลือดไหลท่วมออกจากที่อวัยวะเพศ ซึ่งเมื่อเปิดกางเกงดูก็เพราะพบว่า อวัยวะเพศชายของตนเองได้ถูกตัดไปแล้วโดยไม่รู้สึกตัว จนสุดโคนเหลือเฉพาะพวงสวรรค์นั้น ด้วยความตกใจจึงรีบค้นหาอวัยวะเพศที่ถูกตัดขาดไปทั้งบ้าน รวมทั้งตามหาตัวนางสุภาวดีด้วย แต่ไม่พบ จกระทั่งต่อมามีเพื่อนบ้านมาเคาะประตูเรียก แล้วบอกว่านางสุภาวดีโทรศัพท์ไปหาบอกกับเขาว่า ได้ก่อเหตุตัดอวัยวะเพศของนายจิรวิทย์แล้ว ให้มาช่วยเอาตัวส่งโรงพยาบาลให้ด้วย
 จากนั้นตนเองจึงถูกเพื่อนบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลนนทเวชเป็นการด่วน โดยมีทางญาติ ๆ ที่ทราบข่าวตามไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นทั้งตนเองและทางญาติ ๆ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อนางสุภาวดีเพื่อจะขอให้นำอวัยวะเพศที่ถูกตัดไป นำมาคืนให้ทางแพทย์ต่อคืน แต่ปรากฏว่านางสุภาวดีไม่รับสายและปิดเครื่องทิ้ง ทำให้ทางแพทย์ต้องตัดสินใจเย็บรักษาบาดแผลที่ถูกตัดขาดก่อนเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการเสียเลือดเป็นจำนวนมาก
 หลังจากนั้นมาตนเองต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกนับสิบวัน โดยระหว่างนั้นตนเองเกิดความเครียดเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นคิดจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายที่โรงพยาบาลเพราะไม่สามารถทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ จนญาติ ๆ ต้องคอบปลอบใจ และต่อมาทางแพทย์ของโรงพยาบาลมาบอกว่า สามารถช่วยเหลือผ่าตัดรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนเก่าได้ ตนเองจึงเบาใจลงและไม่คิดฆ่าตัวตายอีก และเพื่อบาดแผลทุเลาลงจึงมาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ เพื่อให้เร่งดำเนินคดีกับนางสุภาวดี ภรรยาที่ก่อเหตุด้วย ซึ่งหลังจากเรื่องถึงศาลแล้ว ตนเองก็จะทำเรื่องขอหย่ากับนางสุภาวดีให้จบสิ้นด้วย เพราะพฤติกรรมการก่อเหตุแบบนี้ คงไม่มีใครกล้าใช้ชีวิตร่วมอยู่ต่อไปได้
 ทางด้าน ร.ต.ท.สุชาติ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เพียงวันเดียว ขณะที่กำลังเตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับนางสุภาวดี นางสุภาวดีได้เข้ามอบตัวพร้อมกับทนายความและรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ก่อนที่จะใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่าประมาณ 3 แสนบาท ประกันตัวออกไป ซึ่งได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้สูญเสียอวัยวะ ทุลพภาพโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น :

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น